[DEG] 304 goushitsu, hakushi no sakura V

posted on 25 Aug 2009 02:21 by fkrfiction  in Dir-en-Grey

 

304 goushitsu, hakushi no sakura

 

KAORU

DIE

 

SHINYA

TOURU       

TOSHIYA

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

304 goushitsu, hakushi no sakura V

 

เคียวยิ้มและปิดประตูให้สนิท 
เขากดล็อกและก็ไม่ได้คิดว่ามันจะได้รับการเปิดอีกแล้ว 

เคียวตักข้าวต้มเข้าปากและกลืนมันลงคอ 

....ก็ดี  รสชาดไม่เพี้ยนเลยสักนิด.......ดีที่เป็น ย า พิ ษ แบบไร้สี...ไร้กลิ่น........

...ที่นี่ที่เคยเป็นความลับมาตลอด....กำลังจะกลายเป็นที่ที่ลึกลับยิ่งกว่าเดิมนิจนิรันดร์  โรงพยาบาลกลางป่ามรณะ ที่ในอดีตเชื่อกันว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่มีทางออกไปได้อีกตลอดชีวิต 

ต่อไปนี้...ที่นี่จะถูกต้นไม้ปกคลุมและนิ่งสงบอยู่ภายใต้เงาแห่งภูเขาไฟฟูจิ  สัญลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านมาหลายสิบ....หลายร้อยปีของญี่ปุ่น

....พวกเขาจะถูกลืม ในขณะที่ฟูจิซังจะยังเป็นที่กล่าวขาน  เพียงแต่มีสิ่งเดียวที่เขายอมให้เป็นอย่างนั้น.....

........จะไม่โดดเดี่ยวเหมือนภูเขาสูงใหญ่ที่โดดเด่นนี้แน่นอน........


เคียวตักข้าวต้มเข้าปากอีกคำและทาบปากลงกับเรียวปากของโทโอรุ  ข้าวต้มไหลลงคออีกฝ่ายไปและเขาก็กินข้าวต้มลงคอหนึ่งคำก่อนจะป้อนพี่ชายสลับกันไปจนหมด

“โทโอรุ........มองฉันบ้างสิ” เคียวทาบหน้าผากอย่างโหยหา  เขาเลียลิ้นกับริมฝีปากที่เปื้อนคราบข้าวต้มของอีกฝ่ายและเรี่ยลงมาที่คอ

“......yurari to…….yurari to……yurari………”

“นี่พี่ชาย  จะห้ามก็ไม่ทันหรอกนะ” เคียวแค่นหัวเราะ เขากดร่างที่นิ่งเฉยลงกับเตียงและไล้ปลายลิ้นลงกับยอดอกที่คุ้นเคยนั้น  โทโอรุสะดุ้งก่อนจะส่งเสียงครางออกมา

“ทำไม.....ถึงไปรักคนพรรค์นั้น.....โทโอรุ....อึก” เคียวเค้นเสียงขณะแทรกกายเข้าสู่อีกฝ่าย........

 

=============================================

‘แม่ฮะ........’

‘แกน่ะ ขึ้นห้องไปได้แล้ว เอาความอ่อนแอมาติดเคียวจะทำยังไง’ หญิงสาวตวาดใส่เด็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจอีกร่างที่อยู่ข้างเคียง 

เคียวมองตามแผ่นหลังของโทโอรุที่ทำหน้าหงอยและปิดห้องจากไปโดยดี
........ตั้งแต่เมื่อไรนะ ที่มันผิด..........

‘แม่ครับ  ผม....ง่วงแล้วล่ะ’ เคียวเอ่ยเสียงเรียบ เขาจัดแจงใส่เสื้อและออกไปจากห้องโดยที่ไม่สนใจเสียงคัดค้านให้นอนซะที่นี่เลยแม้แต่น้อย

‘โทโอรุ........พี่โทโอรุ’ เคียววิ่งตามมาได้ทันและรั้งข้อมืออีกฝ่ายนั้นไว้ 
ใบหน้าที่หันมาดูซีดขาวและน้ำตาก็คลออยู่จนจวนจะไหลลงมา 
เคียวโอบร่างนั้นตรงไปที่ห้องของเจ้าตัว

‘ฝันร้ายเหรอ?’ เคียวถามต่อ  โทโอรุพยักหน้าหงึกพาเอาน้ำตาให้ไหลออกมาด้วย

‘ไม่เป็นไร’ เขาลูบผมพี่ชาย ‘งั้นผมจะอยู่เป็นเพื่อนนะ’

....พี่ชายที่อ่อนแอและไขว่คว้าหาความรักจากแม่จนเพี้ยนกับน้องชายฝาแฝดที่หลงรักพี่ชายของตัวเองเข้าเต็มเปา......

ก็คงสมควรแล้วล่ะมั๊ง........ที่มันผิดน่ะ

=============================================



“ฮึก อั๊ก....” โทโอรุแอ่นตัวและคายเลือดออกมาจากปาก  เคียวปาดมันออก เขาหยุดการขยับกายก่อนจะฝังตัวลงกับอีกร่างให้ใกล้ชิดกันได้มากที่สุดและซบหน้าลงกับซอกคออุ่นนั้น

“ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าร่างกายของนายอ่อนแอ ไม่ควรจะใส่พิษลงไปมาก แต่ว่า....ถ้าไม่อย่างงั้น ฉันกลัวว่าจะไปด้วยกันไม่ได้” เคียวใช้ลิ้นเลียเลือดที่ยังไหลออกมาจากปากของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่

“เคียว.....ฮึก.....ทำไมแม่ไม่รักฉันล่ะ??” โทโอรุเริ่มร้องไห้ทั้งเสียงหอบ ไม่สนใจกับเลือดที่ตัวเองพ่นออกมาแม้แต่น้อย 

....มันไม่เจ็บปวด.....แล้วก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ.....เท่าเรื่องที่อยากจะพูด 

เขาถูหน้าผากกับแก้มขาวเพื่อสัมผัสความอบอุ่นจากพื้นผิวนั้น

“ทำไมถึงไม่รักฉัน.......ไม่ต้องการฉัน........ทำไมต้องทอดทิ้งฉันด้วย” โทโอรุกอดตอบเคียวด้วยอ้อมแขนที่สั่นเทา 

....โทโอรุที่นิ่งเฉย จะมีก็แค่เวลานี้เท่านั้นที่ยอมร้องไห้ออกมาได้.......จะพูดสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในใจออกมาเหมือนเด็กๆ.....จะทำอย่างนั้นก็แค่.....เวลาที่เขากอดอยู่.........

เคียวยิ้มก่อนจะตอบ

“เพราะอย่างนั้นไงล่ะ  นังนั่นถึงได้สมควรตาย”



=============================================

‘ค.....เคียว  ทำไมทำ................’ ใบหน้าที่เคยสวยก็ทำได้เพียงแค่บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด  ไม้เบสบอลเปื้อนเลือดจนแดงและไหลเปรอะไปตามพื้นห้อง 

มันเป็นเลือดของร่างที่นอนกระตุกอยู่บนเตียงที่แดงไปด้วยสีเดียวกัน

‘แม่เหรอ??  มีอะไรที่ฉันกับโทโอรุได้จากแกที่เรียกตัวเองว่าแม่ได้บ้าง?  Sex งั้นเหรอ? การทอดทิ้งเหรอ? หรือว่าความรักสั่วๆที่แกมีให้น่ะเหรอ?

หึ โทโอรุที่อ่อนแอในสายตาแกน่ะ........’

เคียวยิ้มมุมปาก

‘...........สุดยอดกว่าแกอีก รู้มั๊ย?’

‘พวกแกเป็นพี่น้องกันนะ!!’ ร่างนั้นรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายตะโกนออกมาและทันทีเช่นกันที่ปลายไม้เบสบอลฟาดเข้าที่ใบหน้านั้นเพื่อหยุดสิ่งเหล่านั้นซะ

‘ลาก่อน........คุณแม่’ เคียวฟาดไม้เบสบอลลงไปที่ร่างไร้วิญญาณไม่ยั้ง  จนเลือดกระเด็นเปรอะไปทั่วห้อง

เขาปิดบ้านหลังนั้น ปล่อยให้กลายเป็นบ้านร้าง  คนแถวนั้นก็รู้แค่ว่าแม่ชั่วๆหนึ่งคนทิ้งลูกทั้งสองหนีตามชู้ไปไหนต่อไหน อะไรประมาณนั้น 

มันไม่ใช่เรื่องยากสักนิดที่จะทำหน้าเศร้าและเดินออกมาปิดตายบ้านตอนที่แม่บ้านปากมากและอยากรู้อยากเห็นทั้งหลายออกมาทิ้งขยะ 

ตอบคำถามไปและหลังจากนั้นมันก็จะกระจายไปอย่างที่เขาอยากจะให้เป็น


=============================================



“โทโอรุ..........มีพวกเด็กๆที่แอบเข้าไปในบ้านของเรา  อีกไม่นาน....เรื่องก็คงจะแตก

แต่ไม่ต้องกลัวนะ....เพราะฉันจะไม่แยกจากนายอีกแล้วล่ะ.....” เคียวกอดกระชับอ้อมแขนแน่นเข้า  เขานึกถึงข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงภาพบ้านของเขาและศพที่พบ 

ตำรวจคงจะตามมาถึงที่นี่ได้........แต่ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว

อากาศเริ่มเย็นขึ้น หน้าต่างยังเปิดไว้และพัดเอาลมหนาวเข้ามาอย่างเต็มที่ 

ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่คลุมพวกเขาทั้งสอง ร่างเปลือยเปล่าที่ยังคายไอความร้อนออกมาพร้อมๆกับเม็ดเหงื่อนั้นตระกรองกอดกันโดยที่ไม่ต้องสนใจอะไรนอกจากกันและกันอีก

“เคียว.......ซากุระยังบานอยู่รึเปล่า?” โทโอรุถามขึ้นลอยๆ  เขาเบียดกายเข้าหาอีกร่างอย่างต้องการความอบอุ่นก่อนจะหลับตาลง


“อื้อ ยังบานอยู่”


เคียวกระซิบแผ่วข้างหูของคนรัก.......พี่ชายที่รัก
.......ไม่ต้องโดดเดี่ยว....อีกแล้วล่ะ............


“ฉันรักนายนะ ดาย”
“ฉันก็รักนาย คาโอรุ”


“นายรักฉัน....เหมือนที่ฉันรักนายรึเปล่า? โทชิยะ”
“แล้วนายรักฉัน...เหมือนที่ฉันรักนายรึเปล่าล่ะ? หืม? ชินยะ”


“โทโอรุ  รักฉันบ้างไหม? ฉัน....ที่รักนายมาตลอด.......”

.............................................................................................................

.......................................................................................

........................................................



“เคียว........ฉันก็รักนาย..........”


........................................................

.......................................................................................

.............................................................................................................


304 goushitsu, hakushi no sakura  END


------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

Talk : เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของ [Song Collection - สร้างเรื่องจากเพลง] ในที่สุดก็ได้ลงเรื่องนี้จนจบสักที รู้สึกผิดมานานละ (หลั่งน้ำตาด้วยความปิติ) ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ยังแอบรู้สึกว่า แหม เรื่องนี้มันโรคจิตจริงเว้ย (แค่ 'แอบ' รู้สึกเองเหรอ?? -A-" )

ได้รับคอมเม้นท์จากคนๆเดียวที่ได้อ่านมันจนจบว่า 'น่าจะใส่รายละเอียดความหลังให้มากกว่านี้หน่อย' แต่โดยส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยาวมากนัก แถม...การที่ไม่รู้มากนักก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ? (หัวเราะ)

ไม่ใช่สิ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้วต่างหากล่ะ! (แก้ตัว)

จริงๆแล้วก่อนจะลงเรื่องนี้ในบอร์ด dirfix ก็ลงอีกเรื่องนึงไว้ก่อนแล้ว ต่อไปก็คงจะเอาเรื่องนั้นมาลงให้จบเหมือนกันล่ะมั้ง...


edit @ 25 Aug 2009 02:39:32 by FUJOIN K. RACK

[DEG] 304 goushitsu, hakushi no sakura IV

posted on 25 Aug 2009 02:13 by fkrfiction  in Dir-en-Grey

 

304 goushitsu, hakushi no sakura

 

KAORU

DIE

SHINYA

TOURU       

TOSHIYA

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

304 goushitsu, hakushi no sakura IV

 

“ดาย  นี่อะไร?” คาโอรุหมุนวัตถุขนาดเล็กที่แบ่งออกเป็นสองฝั่งและเชื่อมกันไว้ตรงกลางเป็นทางให้เม็ดทรายไหลผ่าน

“นาฬิกาทรายน่ะ”

“เอาไว้ทำอะไรอ่ะ?” เขาถามต่อ  ระหว่างที่กำลังกินข้าวต้มโดยการสลับกันกินคนละคำกับดาย

“ถ้าทรายจากข้างบนนี่ไหลลงข้างล่างหมด  ก็แสดงว่าเป็นวันคริสต์มาสไงล่ะ” ดายอธิบายและพลิกนาฬิกาทรายกลับด้านก่อนที่ทรายจะไหลลงไปกองรวมกันได้ทั้งหมด 

- เม็ดทราย เริ่มต้นทิ้งตัวลงสู่ด้านล่างอีกครั้ง ทั้งที่มันเพิ่งจะนอนนิ่งอยู่ที่ก้นขวดจนถึงเมื่อครู่

“นายอยากได้อะไรจากซานตาคลอสล่ะ” คาโอรุง่วนอยู่กับการลากปากกาไปกับกระดาษพลางกินข้าวไปพลาง

“แล้วนายล่ะ?” ดายถามกลับ

“ก็อยากได้.....................อื๋อ?..........อยากได้อะไรดีนะ”

“ไม่ใช่อยากได้อะไรดีนะ.......อย่างนั้นก็แสดงว่ายังไม่อยากได้อะไรน่ะสิ” ดายป้อนข้าวต้มคำสุดท้ายให้คาโอรุและเอาถ้วยไปวางไว้หน้าห้องอย่างเคย

“อยากได้สิ.........ที่อยากได้ที่สุด.........ฮึก” คาโอรุเริ่มสะอึกสะอื้นกับตัวเอง  “...ม.....ไม่มีทางหรอก.........ไม่มีทางได้มา ฮือ.....ซานตาคลอสใจร้าย”

“คาโอรุ? ตกลงว่าอยากได้อะไรนะ?” ดายที่เพิ่งเดินเข้ามาไม่ทันได้ฟังอะไรไปเมื่อครู่ถามซ้ำ

“...........ฮือ.......อื๋อ..........อยากได้..........................อ๊า.......ปวดหัวอีกแล้ว...ฮึก ปวดจังเลย” คาโอรุรี่ไปที่เตียงและโขกหัวกับพื้นฟูกอย่างบ้าคลั่ง  “ไม่ไหวแล้ว........ปวดหัว.......ปวดหัว!!”

“คาโอรุ!” ดายรี่เข้าไปจับร่างนั้นและกอดเอาไว้ คาโอรุกอดตอบและรั้งดายให้เป็นฝ่ายถูกกอดแทน 

เขาร้องไห้และคร่ำครวญสะอึกสะอื้นจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์

“ฮึก.....ฉันจะ....ปรับปรุงตัวก็ได้.....ฮือ......อย่ามีคนอื่นเลยนะ....
.....ฉัน....ไม่....ฉันจะไม่ทำแต่งาน จะไม่เฉยชากับนาย จะน่ารัก........จะดูแล.........ได้โปรด..........อึก”



===================================================

'คาโอรุ  คริสต์มาสอยากได้อะไรมั๊ย? ’

‘ อยากได้เงิน ’

‘ เงินน่ะ ก็ได้มาตลอดไม่ใช่เหรอ? เล่นทำงานหนักขนาดนี้น่ะ ’ ร่างนั้นแย้มยิ้มอย่างล้อเล่น
แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแววน้อยใจในน้ำเสียง  คาโอรุยิ้มตอบ

‘ อยากได้เวลา...เอามาหาเงิน ’ เขายังยั่วอีกฝ่ายเล่น

‘ ขอโทษนะ ของพรรค์นั้นฉันคงหาให้นายไม่ได้หรอก ’ ร่างนั้นผุดลุกขึ้นอย่างโกรธๆ 

คาโอรุหัวเราะขณะดึงข้อมือนั้นไว้และดึงมาประทับริมฝีปากแผ่วเบาก่อนจะพูดต่อ

‘ ล้อเล่นน่า  แล้วฉันจะบอกวันอีฟก็แล้วกัน ’

‘ เดี๋ยวซานตาคลอสก็จัดของขวัญให้ไม่ทันหรอก ’ ใบหน้านั้นแต้มยิ้มได้อีกครั้ง 

เขารั้งอีกร่างเข้ามารับจูบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและได้รับมันสนองตอบกลับมาเช่นกัน

แต่แล้ว..........................

‘ ขอโทษนะ ฉันไม่ว่างจริงๆ ชดเชยให้ปีใหม่ก็แล้วกันนะจ๊ะ ’ คาโอรุงอนง้ออีกร่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะไม่ยอมรับฟังอะไรเลยสักนิด

‘ บ้าชะมัด! ฉันจะไม่ทนนายแล้วนะ คาโอรุ! ’

‘ อย่างอนน่า งั้นฉันบอกของที่อยากได้เลยแล้วกันนะ  ซานตาคลอสจะได้หามาให้ทัน ’ เขายังพยายามคลายความตึงเครียด

‘ ไม่ ไม่อยากรู้ ไม่ฟังโว้ย ฉันเกลียดคริสต์มาส เกลียดซานต้า .....เกลียดนายที่สุด!! ’

‘ ดาย.........ฉันก็แค่.......................’

===================================================



คาโอรุสะอื้นจนตัวโยน  เขากอดดายไว้ไม่ยอมปล่อยและโยกตัวอย่างเลื่อนลอย ในขณะที่ปากก็ยังรำพึงคำเดิมที่เอ่ยซ้ำๆมาได้สักพักแล้ว

“ซานตาคลอส........สีแดง...........ซานตาคลอสสี.....แดง ฮึก.....ซานตา................”

ดายกอดตอบอีกฝ่ายเช่นกัน 

.....ใครกอดเขาอยู่นะ?..........คาโอรุ.......คาโอรุ......นายใช่มั๊ย? 

ชั่วขณะที่ดายเหลือบไปเห็นนาฬิกาทรายที่กำลังจะหมดลงอีกครั้ง  เขาก็ผละตัวออกและยื่นมือหวังจะกลับด้านมันขึ้นอย่างเคย 

....ไม่........ไม่เอาคริสมาสต์.............ไม่เอา.........จะอยู่คนเดียว...จะไม่มีใครแล้วนะ! 

แต่คาโอรุกลับดึงมือนั้นไว้ และรั้งร่างในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาประทับริมฝีปากลงกับเรียวปากของดายอย่างอ่อนโยนที่สุด

“ฉัน.....ง่วงจังเลย คาโอรุ”

“งั้นมานอนกันเถอะนะ ฉันก็ง่วงเหมือนกัน” คาโอรุโอบร่างดายลงกับเตียง

ดายหลับตาลง.......ไม่ต้องสนใจแล้วล่ะ  ถึงนาฬิกานั่นจะบอกว่าถึงวันไหนแล้ว....ก็ไม่สำคัญอีกแล้ว.....

เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด...อยู่ตรงนี้

คาโอรุมองนาฬิกาทรายไหลลงเร็วด้วยแรงดันสุดท้ายก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเม็ดทรายไหลลงรวมกันจนหมด 

.....คริสมาสต์.........ถึงแล้วสินะ.......

เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น.........ยิ้ม....และหลับไปเช่นกัน


’ ดาย........ฉันก็แค่.......ต้องการ นาย................................. ’

 

................................................................

.............................................

...........................

..........

 

“ชินยะ บอกฉันสิ บอกฉันว่านายไม่มีปีก!” โทชิยะตะโกนสุดเสียง 
เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลริน.....การอดกลั้นสิ้นสุดลง...เมื่ออีกร่างส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

 “มีนะ! ฉันมีปีก!” ชินยะยืนยัน 
......ฉันเป็นเทวดาของนายได้........จริงๆนะ........อย่าทิ้งฉันไปนะ.....ชินยะคิดพลางขมวดคิ้ว


....ทำไมล่ะ? นายก็จะจากฉันไป...........บินจากไปด้วยปีกนั่นใช่มั๊ย?........
โทชิยะมองชินยะก่อนจะหลับตาลงและเดินไปที่ตู้ที่ผนัง 

เขาเปิดมันออกและซากปีกนกนับไม่ถ้วนก็ทะลักออกมา  มันส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว ทั้งที่เน่าเฟะ เริ่มเน่าและถูกตัดมาสดๆปะปนกันอยู่

“ฉันคืนให้นาย.....ฮึก....ถ้านายอยากจะได้มันนัก.....” โทชิยะนั่งลงตรงนั้น 
ชินยะเคลื่อนตัวมาที่ซากปีกและแย้มยิ้ม เขาคุ้ยกองนั้นอย่างไม่รังเกียจราวกับว่าเป็นของสูงค่า

“ไม่ใช่.........นี่ก็ไม่ใช่.............อยู่ไหนนะ........” ชุดสีขาวเริ่มเปรอะไปด้วยเลือด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด  โทชิยะหยุดการกระทำของอีกฝ่ายด้วยการตระกรองกอดเอาไว้อย่างหวงแหน

“โทชิยะ....ฮึก ไม่มี......ไม่มี” ร่างบางหันกลับมากอดตอบร่างนั้นและร้องไห้อย่างหนัก

“ทำไม......ถึงต้องการปีกขนาดนั้น..........” โทชิยะเค้นเสียงถาม

“นายไม่รักฉัน........ไม่รักฉันที่ไม่มีปีก.....ฉันเป็นนางฟ้าของนาย....ก็ต้องมีปีก.............มีปีก”

“ฉันรักนาย!” โทชิยะค้าน “ไม่ต้องมีปีก....เป็นเทวดาของฉัน.......เทวดาที่ไม่มีปีก.....เทวดาที่จะอยู่กับฉัน...ไม่ใช่จะบินหนีฉันไป”

“จริงเหรอ? จริงๆเหรอ โทชิยะ?”

...ทำไมนะ? เรื่องง่ายๆแค่นี้ กลับไม่ได้นึกถึง.......บางที ปีกที่ฉันต้องการมาตลอด อาจจะไม่ได้ต้องการมาเพื่อตัวเอง

...เพราะฉันเจอมัน....อยู่บนหลังของนายนะ โทชิยะ......


“อื้อ  มาเถอะ ฉันจะป้อนข้าวให้นะ”

“นายไม่ค่อยได้กินเลยนะ?” ชินยะคร่อมตัวบนร่างอีกฝ่าย พวกเขานอนเล่นกันหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากให้นายกินอิ่ม” โทชิยะเอ่ยพลางยกตัวขึ้นจุมพิตที่ปลายจมูกของร่างด้านบนก่อนจะรั้งร่างบางลงมาในอ้อมกอดและหอมอีกครั้งที่กลางหน้าผากขาวของชินยะ

ฉึก

“ถ้ากลัวจะบินหนี.....ก็ต้องตัดปีกใช่มั๊ย?” ชินยะมองจ้องตอบสายตาที่ใกล้กันเหลือเกินอย่างขอความเห็น

“อื้อ” โทชิยะยิ้มตอบ  เลือดค่อยๆซึมออกและไหลออกมาเยอะขึ้นเมื่อชินยะกดปลายมีดลงกับแผ่นหลังนั้นและลากสุดแรง 

“ตัดปีกฉันไปเถอะ  เพราะฉันจะอยู่กับนายตลอดไป”

เลือดไหลนองพื้นและดูเหมือนว่าจะไม่หยุดง่ายๆ  บาดแผลเริ่มเยอะขึ้นจากการลากผ่านของคัตเตอร์พร้อมกับเลือดที่ยิ่งแผ่ขยายไปตามแรงไหลเช่นกัน 

“อา.....ฉันง่วงล่ะ โทชิยะ” ชินยะปล่อยมีดลงกระทบกับพื้น ซึ่งราวกับถูกเลือดล้างอาบนั้น

“ฉันก็....หน้ามืดเหมือนกัน  ต้องเป็นเพราะไม่ค่อยได้กินข้าวแน่ๆเลย” โทชิยะยิ้มอย่างไม่สนใจบาดแผลฉกรรจ์ที่หลังตนเองเลยแม้แต่น้อย 

เขากอดร่างบางแน่นขึ้นอีก

“...งั้นนอนกันเถอะนะ” 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

edit @ 25 Aug 2009 02:22:55 by FUJOIN K. RACK