[DEG] 304 goushitsu, hakushi no sakura V
posted on 25 Aug 2009 02:21 by fkrfiction in Dir-en-Grey
304 goushitsu, hakushi no sakura
KAORU
SHINYA
TOURU
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
304 goushitsu, hakushi no sakura V
เคียวยิ้มและปิดประตูให้สนิท
เขากดล็อกและก็ไม่ได้คิดว่ามันจะได้รับการเปิดอีกแล้ว
เคียวตักข้าวต้มเข้าปากและกลืนมันลงคอ
....ก็ดี รสชาดไม่เพี้ยนเลยสักนิด.......ดีที่เป็น ย า พิ ษ แบบไร้สี...ไร้กลิ่น........
...ที่นี่ที่เคยเป็นความลับมาตลอด....กำลังจะกลายเป็นที่ที่ลึกลับยิ่งกว่าเดิมนิจนิรันดร์ โรงพยาบาลกลางป่ามรณะ ที่ในอดีตเชื่อกันว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่มีทางออกไปได้อีกตลอดชีวิต
ต่อไปนี้...ที่นี่จะถูกต้นไม้ปกคลุมและนิ่งสงบอยู่ภายใต้เงาแห่งภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านมาหลายสิบ....หลายร้อยปีของญี่ปุ่น
....พวกเขาจะถูกลืม ในขณะที่ฟูจิซังจะยังเป็นที่กล่าวขาน เพียงแต่มีสิ่งเดียวที่เขายอมให้เป็นอย่างนั้น.....
........จะไม่โดดเดี่ยวเหมือนภูเขาสูงใหญ่ที่โดดเด่นนี้แน่นอน........
เคียวตักข้าวต้มเข้าปากอีกคำและทาบปากลงกับเรียวปากของโทโอรุ ข้าวต้มไหลลงคออีกฝ่ายไปและเขาก็กินข้าวต้มลงคอหนึ่งคำก่อนจะป้อนพี่ชายสลับกันไปจนหมด
“โทโอรุ........มองฉันบ้างสิ” เคียวทาบหน้าผากอย่างโหยหา เขาเลียลิ้นกับริมฝีปากที่เปื้อนคราบข้าวต้มของอีกฝ่ายและเรี่ยลงมาที่คอ
“......yurari to…….yurari to……yurari………”
“นี่พี่ชาย จะห้ามก็ไม่ทันหรอกนะ” เคียวแค่นหัวเราะ เขากดร่างที่นิ่งเฉยลงกับเตียงและไล้ปลายลิ้นลงกับยอดอกที่คุ้นเคยนั้น โทโอรุสะดุ้งก่อนจะส่งเสียงครางออกมา
“ทำไม.....ถึงไปรักคนพรรค์นั้น.....โทโอรุ....อึก” เคียวเค้นเสียงขณะแทรกกายเข้าสู่อีกฝ่าย........
=============================================
‘แม่ฮะ........’
‘แกน่ะ ขึ้นห้องไปได้แล้ว เอาความอ่อนแอมาติดเคียวจะทำยังไง’ หญิงสาวตวาดใส่เด็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจอีกร่างที่อยู่ข้างเคียง
เคียวมองตามแผ่นหลังของโทโอรุที่ทำหน้าหงอยและปิดห้องจากไปโดยดี
........ตั้งแต่เมื่อไรนะ ที่มันผิด..........
‘แม่ครับ ผม....ง่วงแล้วล่ะ’ เคียวเอ่ยเสียงเรียบ เขาจัดแจงใส่เสื้อและออกไปจากห้องโดยที่ไม่สนใจเสียงคัดค้านให้นอนซะที่นี่เลยแม้แต่น้อย
‘โทโอรุ........พี่โทโอรุ’ เคียววิ่งตามมาได้ทันและรั้งข้อมืออีกฝ่ายนั้นไว้
ใบหน้าที่หันมาดูซีดขาวและน้ำตาก็คลออยู่จนจวนจะไหลลงมา
เคียวโอบร่างนั้นตรงไปที่ห้องของเจ้าตัว
‘ฝันร้ายเหรอ?’ เคียวถามต่อ โทโอรุพยักหน้าหงึกพาเอาน้ำตาให้ไหลออกมาด้วย
‘ไม่เป็นไร’ เขาลูบผมพี่ชาย ‘งั้นผมจะอยู่เป็นเพื่อนนะ’
....พี่ชายที่อ่อนแอและไขว่คว้าหาความรักจากแม่จนเพี้ยนกับน้องชายฝาแฝดที่หลงรักพี่ชายของตัวเองเข้าเต็มเปา......
ก็คงสมควรแล้วล่ะมั๊ง........ที่มันผิดน่ะ
=============================================
“ฮึก อั๊ก....” โทโอรุแอ่นตัวและคายเลือดออกมาจากปาก เคียวปาดมันออก เขาหยุดการขยับกายก่อนจะฝังตัวลงกับอีกร่างให้ใกล้ชิดกันได้มากที่สุดและซบหน้าลงกับซอกคออุ่นนั้น
“ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าร่างกายของนายอ่อนแอ ไม่ควรจะใส่พิษลงไปมาก แต่ว่า....ถ้าไม่อย่างงั้น ฉันกลัวว่าจะไปด้วยกันไม่ได้” เคียวใช้ลิ้นเลียเลือดที่ยังไหลออกมาจากปากของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่
“เคียว.....ฮึก.....ทำไมแม่ไม่รักฉันล่ะ??” โทโอรุเริ่มร้องไห้ทั้งเสียงหอบ ไม่สนใจกับเลือดที่ตัวเองพ่นออกมาแม้แต่น้อย
....มันไม่เจ็บปวด.....แล้วก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ.....เท่าเรื่องที่อยากจะพูด
เขาถูหน้าผากกับแก้มขาวเพื่อสัมผัสความอบอุ่นจากพื้นผิวนั้น
“ทำไมถึงไม่รักฉัน.......ไม่ต้องการฉัน........ทำไมต้องทอดทิ้งฉันด้วย” โทโอรุกอดตอบเคียวด้วยอ้อมแขนที่สั่นเทา
....โทโอรุที่นิ่งเฉย จะมีก็แค่เวลานี้เท่านั้นที่ยอมร้องไห้ออกมาได้.......จะพูดสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในใจออกมาเหมือนเด็กๆ.....จะทำอย่างนั้นก็แค่.....เวลาที่เขากอดอยู่.........
เคียวยิ้มก่อนจะตอบ
“เพราะอย่างนั้นไงล่ะ นังนั่นถึงได้สมควรตาย”
=============================================
‘ค.....เคียว ทำไมทำ................’ ใบหน้าที่เคยสวยก็ทำได้เพียงแค่บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด ไม้เบสบอลเปื้อนเลือดจนแดงและไหลเปรอะไปตามพื้นห้อง
มันเป็นเลือดของร่างที่นอนกระตุกอยู่บนเตียงที่แดงไปด้วยสีเดียวกัน
‘แม่เหรอ?? มีอะไรที่ฉันกับโทโอรุได้จากแกที่เรียกตัวเองว่าแม่ได้บ้าง? Sex งั้นเหรอ? การทอดทิ้งเหรอ? หรือว่าความรักสั่วๆที่แกมีให้น่ะเหรอ?
หึ โทโอรุที่อ่อนแอในสายตาแกน่ะ........’
เคียวยิ้มมุมปาก
‘...........สุดยอดกว่าแกอีก รู้มั๊ย?’
‘พวกแกเป็นพี่น้องกันนะ!!’ ร่างนั้นรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายตะโกนออกมาและทันทีเช่นกันที่ปลายไม้เบสบอลฟาดเข้าที่ใบหน้านั้นเพื่อหยุดสิ่งเหล่านั้นซะ
‘ลาก่อน........คุณแม่’ เคียวฟาดไม้เบสบอลลงไปที่ร่างไร้วิญญาณไม่ยั้ง จนเลือดกระเด็นเปรอะไปทั่วห้อง
เขาปิดบ้านหลังนั้น ปล่อยให้กลายเป็นบ้านร้าง คนแถวนั้นก็รู้แค่ว่าแม่ชั่วๆหนึ่งคนทิ้งลูกทั้งสองหนีตามชู้ไปไหนต่อไหน อะไรประมาณนั้น
มันไม่ใช่เรื่องยากสักนิดที่จะทำหน้าเศร้าและเดินออกมาปิดตายบ้านตอนที่แม่บ้านปากมากและอยากรู้อยากเห็นทั้งหลายออกมาทิ้งขยะ
ตอบคำถามไปและหลังจากนั้นมันก็จะกระจายไปอย่างที่เขาอยากจะให้เป็น
=============================================
“โทโอรุ..........มีพวกเด็กๆที่แอบเข้าไปในบ้านของเรา อีกไม่นาน....เรื่องก็คงจะแตก
แต่ไม่ต้องกลัวนะ....เพราะฉันจะไม่แยกจากนายอีกแล้วล่ะ.....” เคียวกอดกระชับอ้อมแขนแน่นเข้า เขานึกถึงข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงภาพบ้านของเขาและศพที่พบ
ตำรวจคงจะตามมาถึงที่นี่ได้........แต่ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว
อากาศเริ่มเย็นขึ้น หน้าต่างยังเปิดไว้และพัดเอาลมหนาวเข้ามาอย่างเต็มที่
ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่คลุมพวกเขาทั้งสอง ร่างเปลือยเปล่าที่ยังคายไอความร้อนออกมาพร้อมๆกับเม็ดเหงื่อนั้นตระกรองกอดกันโดยที่ไม่ต้องสนใจอะไรนอกจากกันและกันอีก
“เคียว.......ซากุระยังบานอยู่รึเปล่า?” โทโอรุถามขึ้นลอยๆ เขาเบียดกายเข้าหาอีกร่างอย่างต้องการความอบอุ่นก่อนจะหลับตาลง
“อื้อ ยังบานอยู่”
เคียวกระซิบแผ่วข้างหูของคนรัก.......พี่ชายที่รัก
.......ไม่ต้องโดดเดี่ยว....อีกแล้วล่ะ............
“ฉันรักนายนะ ดาย”
“ฉันก็รักนาย คาโอรุ”
“นายรักฉัน....เหมือนที่ฉันรักนายรึเปล่า? โทชิยะ”
“แล้วนายรักฉัน...เหมือนที่ฉันรักนายรึเปล่าล่ะ? หืม? ชินยะ”
“โทโอรุ รักฉันบ้างไหม? ฉัน....ที่รักนายมาตลอด.......”
.............................................................................................................
.......................................................................................
........................................................
“เคียว........ฉันก็รักนาย..........”
........................................................
.......................................................................................
.............................................................................................................
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Talk : เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของ [Song Collection - สร้างเรื่องจากเพลง] ในที่สุดก็ได้ลงเรื่องนี้จนจบสักที รู้สึกผิดมานานละ (หลั่งน้ำตาด้วยความปิติ) ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ยังแอบรู้สึกว่า แหม เรื่องนี้มันโรคจิตจริงเว้ย (แค่ 'แอบ' รู้สึกเองเหรอ?? -A-" )
ได้รับคอมเม้นท์จากคนๆเดียวที่ได้อ่านมันจนจบว่า 'น่าจะใส่รายละเอียดความหลังให้มากกว่านี้หน่อย' แต่โดยส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยาวมากนัก แถม...การที่ไม่รู้มากนักก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ? (หัวเราะ)
ไม่ใช่สิ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้วต่างหากล่ะ! (แก้ตัว)
จริงๆแล้วก่อนจะลงเรื่องนี้ในบอร์ด dirfix ก็ลงอีกเรื่องนึงไว้ก่อนแล้ว ต่อไปก็คงจะเอาเรื่องนั้นมาลงให้จบเหมือนกันล่ะมั้ง...
edit @ 25 Aug 2009 02:39:32 by FUJOIN K. RACK